1.ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในด้านต่าง ๆ เป็นอย่างมาก ตัวอย่างเช่น
1. การศึกษา
2. เทคโนโลยีสารสนเทศ ช่วยในด้านการค้นคว้าศึกษาแหล่งข้อมูล ทำให้การศึกษาง่ายขึ้นและไร้ขีดจำกัด ผู้เรียนมีความสะดวกในการค้นคว้าวิจัย
2. การดำรงชีวิตประจำวัน
ทำให้มีความสะดวกคล่องตัวและรวดเร็วในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน สามารถทำงานได้หลายอย่างในเวลาเดียวกันได้หรือทำงานใช้เวลาน้อยลง
3. การดำเนินธุรกิจ
ทำให้มีการแข่งขันระหว่างธุรกิจมากขึ้น ทำให้ต้องมีการพัฒนาองค์กรเพื่อให้ทันกับข้อมูลข่าวสารอยู่ตลอดเวลา
อันส่งผลต่อการพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง
4. อัตราการขยายตัวทุก ๆ
ด้านที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะมีการติดต่อสื่อสารที่เจริญก้าวหน้าทันสมัย รวดเร็วถูกต้องและ ทำให้
เป็นโลกที่ไร้พรหรมแดน
5. ระบบการทำงานมีคอมพิวเตอร์มาใช้ซื่อสามารถทำงานได้มากขึ้น
งานบางอย่างมนุษย์ทำไม่ได ้ก็ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยทำงานแทนซึ่งได้ผลถูกต้องรวดเร็ว
2.ความหมายของสารสนเทศ
สารสนเทศ (Information) หมายถึง ข่าวสารที่ได้จากการนำข้อมูล มาคำนวณทางสถิติหรือประมวลผลอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งข่าวสารที่ได้ออกมานั้นจะอยู่ในรูปที่สามารถนำไปใช้งานได้ทันที
3.ประโยชน์และผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศได้แก่อะไรบ้าง
การสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
สภาพความเป็นอยู่ของสังคมเมือง มีการพัฒนาใช้ระบบสื่อสารโทรคมนาคมเพื่อติดต่อสื่อสารให้สะดวกขึ้น มีการประยุกต์มาใช้กับเครื่องอำนวยความสะดวกภายในบ้าน เช่น ใช้ควบคุมเครื่องปรับอากาศ ใช้ควบคุมระบบ ไฟฟ้าภายในบ้าน เป็นต้น
สารสนเทศกับการเรียนการสอนในโรงเรียน
การเรียนการสอนในโรงเรียนมีการนำคอมพิวเตอร์ และเครื่องมือประกอบช่วยในการเรียนรู้ เช่น วีดิทัศน์ เครื่องฉายภาพ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน คอมพิวเตอร์ช่วยจัดการศึกษา จัดตารางสอน คำนวณระดับคะแนน จัดชั้นเรียน ทำรายงานเพื่อให้ผู้บริหารได้ทราบถึงปัญหาและ การแก้ปัญหาในโรงเรียน ปัจจุบันมีการเรียนการสอนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในโรงเรียน
เทคโนโลยีสารสนเทศกับสิ่งแวดล้อม
การจัดการทรัพยากรธรรมชาติหลายอย่าง จำเป็นต้องใช้สารสนเทศเช่น การดูแลรักษาป่า จำเป็นต้องใช้ข้อมูล มีการใช้ภาพถ่ายดาวเทียม การติดตามข้อมูลสภาพอากาศ การพยากรณ์อากาศ การจำลองรูปแบบสภาวะสิ่งแวดล้อม เพื่อปรับปรุงแก้ไข การเก็บรวมรวมข้อมูลคุณภาพน้ำในแม่น้ำต่าง ๆ การตรวจวัดมลภาวะ ตลอดจนการใช้ระบบการตรวจวัดระยะไกลมาช่วยที่เรียกว่าโทรมาตร เป็นต้น
เทคโนโลยีสารสนเทศกับการป้องกันประเทศ
กิจการทางด้านการทหาร
มีการใช้เทคโนโลยี อาวุธยุทโธปกรณ์สมัยใหม่ล้วนแต่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์และระบบควบคุม มีการใช้ระบบป้องกันภัย ระบบเฝ้าระวังที่มีคอมพิวเตอร์ควบคุมการทำงาน
การผลิตในอุตสาหกรรม และการพาณิชยกรรม
การแข่งขันทางด้านการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมจำเป็นต้องหาวิธีการในการผลิตให้ได้มาก ราคาถูกลงเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ เข้ามามีบทบาทมาก มีการใช้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการบริหาร และการจัดการ การดำเนินการและยังรวมไปถึงการให้บริการกับลูกค้า เพื่อให้ซื้อสินค้าได้สะดวกขึ้น
ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศมีผลเกี่ยวข้องกับทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน บทบาทเหล่านี้มีแนวโน้มที่สำคัญมากยิ่งขึ้นด้วยเหตุนี้เยาวชนคนรุ่นใหม่จึงควรเรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อจะได เป็น กำลังสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศให้ก้าวหน้าและเกิดประโยชน์ต่อประเทศต่อไป
4. ความหมายของข้อมูล
ข้อมูล (Data) หรือ ข้อมูลดิบ (Raw Data) หมายถึง ข้อเท็จจริง หรือเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นตัวเลข ตัวอักษร หรือสัญลักษณ์ก็ได้ เช่น ประวัตินักศึกษาของสถานศึกษา จำนวนนักท่องเที่ยวในจังหวัดที่น่าสนใจ เป็นต้น ข้อมูลที่ดีจะต้องมีความถูกต้องแม่นยำ และเป็นปัจจุบัน เช่น ปริมาณ ระยะทาง ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ คะแนนของนักเรียน รายงาน บันทึก ฯลฯ
5. คุณสมบัติของข้อมูลที่ดีได้แก่อะไรบ้าง
ข้อมูลที่มีความถูกต้องและเชื่อถือได้ (accuracy) ข้อมูลจะมีความถูกต้องและเชื่อถืได้มากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นกับวิธีการที่ใช้ในการควบคุมข้อมูลนำเข้า และการควบคุมการประมวลผลการควบคุมข้อมูลนำเข้าเป็นการกระทำเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าข้อมูลนำเข้ามีความถูกต้องเชื่อถือได้ เพราะถ้าข้อมูลนำเข้าไม่มีความถูกต้องแล้วถึงแม้จะใช้วิธีการวิเคราะห์และประมวลผลข้อมูลที่ดีเพียงใด ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะไม่มีความถูกต้อง หรือนำไปใช้ไม่ได้ ข้อมูลนำเข้าจะต้องเป็นข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบว่าถูกต้องแล้ว ข้อมูลบางอย่างอาจต้องแปลงให้อยู่ในรูปแบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเข้าใจได้อย่างถูกต้อง ซึ่งอาจต้องพิมพ์ข้อมูลมาตรวจเช็คด้วยมือก่อน การประมวลผลถึงแม้ว่าจะมีการตรวจสอบข้อมูลนำเข้าแล้วก็ตาม ก็อาจทำให้ได้ข้อมูลที่ผิดพลาดได้ เช่น เกิดจากการเขียนโปรแกรมหรือใช้สูตรคำนวณผิดพลาดได้ ดังนั้นจึงควรกำหนดวิธีการควบคุมการประมวลผลซึ่งได้แก่ การตรวจเช็คยอดรวมที่ได้จากการประมวลผลแต่ละครั้ง หรือการตรวจสอบผลลัพธ์ที่ได้จากการประมวลผลด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์กับข้อมูลสมมติที่มีการคำนวณด้วยว่ามีความถูกต้องตรงกันหรือไม่
• ข้อมูลตรงตามความต้องการของผู้ใช้ (relevancy) ได้แก่ การเก็บเฉพาะข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการเท่านั้น ไม่ควร เก็บข้อมูลอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็นหรือไม่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน เพราะจะทำให้เสียเวลาและเสียเนื้อที่ในหน่วยเก็บข้อมูล แต่ทั้งนี้ข้อมูลที่เก็บจะต้องมีความครบถ้วนสมบูรณ์ด้วย
• ข้อมูลมีความทันสมัย (timeliness) ข้อมูลที่ดีนั้นนอกจากจะเป็นข้อมูลที่มีความถูกต้องเชื่อถือได้แล้วจะ ต้องเป็นข้อมูลที่ทันสมัย ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำเอาผลลัพธ์ที่ได้ไปใช้ได้ทันเวลา นั่นคือจะต้องเก็บข้อมูลได้รวดเร็วเพื่อทันความต้องการของผู้ใช้
6.ยกตัวอย่างเทคโนโลยีสารสนเทศที่พบในชีวิตประจำวัน
เทคโนโลยีที่ใช้ในการเก็บข้อมูลโดยตรงจากการถ่ายภาพ เช่น ดาวเทียมถ่ายภาพบรรยากาศ กล้องถ่ายภาพ กล้องถ่ายวีดิทัศน์ เครื่องเอกซเรย์ เป็นต้น
เทคโนโลยีที่ใช้ในการบันทึกข้อมูล ในลักษณะที่เป็นระเบียน (Record) จะเน้นสื่อที่ใช้ในการบันทึก เช่น เทปแม่เหล็ก จานแม่เหล็ก จานแสงหรือจานเลเซอร์ บัตร ATM เป็นต้น
เทคโนโลยีที่ใช้ในการประมวลผลข้อมูลหรือสารสนเทศ ได้แก่ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ด้านฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์
เทคโนโลยีที่ใช้ในการแสดงผลข้อมูล ได้แก่ เครื่องพิมพ์ จอภาพ พลอตเตอร์ เป็นต้น
เทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดทำสำเนาสารสนเทศ เช่น เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องถ่ายไมโครฟิล์ม เป็นต้น
เทคโนโลยีที่ใช้สำหรับถ่ายทอดสื่อสารข้อมูลและสารสนเทศ ได้แก่ ระบบโทร คมนาคม ต่าง ๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ วิทยุกระจายเสียง โทรศัพท์ โทรเลข โทรสารและระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทั้งระยะใกล้และระยะไกล
kanchanafood
วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554
แกงส้มแป๊ะซะปลาช่อน
แกงส้มแป๊ะซะปลาช่อน
เครื่องปรุง + ส่วนผสม
* น้ำพริกแกงส้ม 2 ช้อนโต๊ะ
* ผักกระเฉดหั่นเป็นท่อนๆ 2 ถ้วยตวง
* ปลาช่อน 1 ตัว (น้ำหนักประมาณ 400 - 600 กรัม หรือใช้ปลาอื่นก็ได้)
* น้ำตาลโตนด 2 ช้อนชา (หรือใช้น้ำตาลปี๊บแทนก็ได้)
* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมะขามเปี้ยก 3 ช้อนโต๊ะ
* น้ำต้มกระดูกหมู 3 ถ้วยตวง (หรือใช้น้ำเปล่าแทนก็ได้)
* ผักสดอื่นๆ (ถ้าต้องการใส่เพิ่ม เช่น ถั่วฝักยาว, ข้าวโพดอ่อน, ดอกแค, อื่นๆ)
วิธีทำทีละขั้นตอน
1. ทำความสะอาดปลา (ขอดเกล็ด+ควักไส้ออก) หั่นปลาเป็นท่อน หรือจะต้มทั้งตัวก็ได้
2. ใส่น้ำซุปหรือน้ำเปล่าลงในหม้อ นำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลางจนเดือดจึงใส่น้ำพริกแกงส้มลงไป
3. รอจนน้ำเดือดอีกครั้งจึงใส่ปลาลงไปต้ม ทิ้งไว้สักพัก อย่าเพิ่งคนเพราะจะทำให้เหม็นคาว รอจนปลาเกือบสุก จึงปรุงรสด้วยน้ำตาล, น้ำปลาและน้ำมะขามเปียก (กรณีต้องการทำปลาทอด ก็นำปลาไปทอดจนเหลืองกรอบ ก่อนที่จะนำมาใส่ในแกงส้ม)
4. พอน้ำเริ่มเดือดอีกครั้งจึงใส่ผักสดต่างๆที่เตรียมไว้ลงไป คนให้เข้ากัน ต้มต่ออีกสักพักจนผักสุก จึงปิดไฟ
5. ตักใส่ถ้วย เสริฟทันทีพร้อมข้าวสวยร้อนๆ
เครื่องปรุง + ส่วนผสม
* น้ำพริกแกงส้ม 2 ช้อนโต๊ะ
* ผักกระเฉดหั่นเป็นท่อนๆ 2 ถ้วยตวง
* ปลาช่อน 1 ตัว (น้ำหนักประมาณ 400 - 600 กรัม หรือใช้ปลาอื่นก็ได้)
* น้ำตาลโตนด 2 ช้อนชา (หรือใช้น้ำตาลปี๊บแทนก็ได้)
* น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
* น้ำมะขามเปี้ยก 3 ช้อนโต๊ะ
* น้ำต้มกระดูกหมู 3 ถ้วยตวง (หรือใช้น้ำเปล่าแทนก็ได้)
* ผักสดอื่นๆ (ถ้าต้องการใส่เพิ่ม เช่น ถั่วฝักยาว, ข้าวโพดอ่อน, ดอกแค, อื่นๆ)
วิธีทำทีละขั้นตอน
1. ทำความสะอาดปลา (ขอดเกล็ด+ควักไส้ออก) หั่นปลาเป็นท่อน หรือจะต้มทั้งตัวก็ได้
2. ใส่น้ำซุปหรือน้ำเปล่าลงในหม้อ นำไปตั้งบนไฟร้อนปานกลางจนเดือดจึงใส่น้ำพริกแกงส้มลงไป
3. รอจนน้ำเดือดอีกครั้งจึงใส่ปลาลงไปต้ม ทิ้งไว้สักพัก อย่าเพิ่งคนเพราะจะทำให้เหม็นคาว รอจนปลาเกือบสุก จึงปรุงรสด้วยน้ำตาล, น้ำปลาและน้ำมะขามเปียก (กรณีต้องการทำปลาทอด ก็นำปลาไปทอดจนเหลืองกรอบ ก่อนที่จะนำมาใส่ในแกงส้ม)
4. พอน้ำเริ่มเดือดอีกครั้งจึงใส่ผักสดต่างๆที่เตรียมไว้ลงไป คนให้เข้ากัน ต้มต่ออีกสักพักจนผักสุก จึงปิดไฟ
5. ตักใส่ถ้วย เสริฟทันทีพร้อมข้าวสวยร้อนๆ
วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)